ความหมายของคำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ความหมายของคำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี

——->คำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัยก่อนประพันโดย ก.ธรรมวรซึ่งเป็นนามปากกาของท่านพระเทพรัตนกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีใจความว่า
“สะตอวัดประดู่ พลูคลองยัน ทุเรียนหวานมันคลองพระแสง ย่านดินแดงของป่า เคียนซาบ่อถ่านหิน พุนพินมีท่าข้ามแม่น้ำตาปี ไม้แก้วดีเขาประสงค์ กระแดะดงลางสาด สิ่งประหลาดอำเภอพนม เงาะอุดมบ้านส้อง จากและคลองในบาง ท่าฉางต้นตาล บ้านนาสารแร่ ท่าทองอุแทวัดเก่า อ่าวบ้านดอนปลา ไชยาข้าว มะพร้าวเกาะสมุย” ต่อมาได้มีการเปลี่ยนเป็น “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ”แต่บ้างครั้งก็มีการเพิ่มคำว่า “ชักพระประเพณี” เข้าไปด้วย

ที่มาและความเป็นมาของคำขวัญปัจจุบันของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

——->คำว่า “เมืองร้อยเกาะ” หมายถึงจังหวัดที่มีหมู่เกาะมากมาย เป็นสมยานามของจังหวัดสุราษฏร์ธานี เพราะมีหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย อันเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น เกาะสมุย เกาะพงัน หมู่เกาะอ้างทอง เกาะเต่า ฯลฯ

——->คำถัดมา “เงาะอร่อย” คิดว่าทุกคนคงพอเดาออกว่าเงาะอร่อยนี้หมายถึง เงาะโรงเรียน ที่อำเภอบ้านนาสารนั่นเอง ลักษณะเด่นของเงาะโรงเรียนที่ อ.นาสารนั่น จะมีเปลือกบาง ลักษณะผลกลม และเนื้อจะกรอบไม่ช่ำน้ำ แต่ที่เรียกว่าเงาะโรงเรียนเพราะสมัยก่อนช่วงปี 2468  นายเค วองซึ่งชาวจีนเชื้อสายมาเลเซียจากเมืองปีนัง เดินทางมาทำเหมืองแร่ดีบุก และได้นำเงาะมาปลูกด้วย ต่อมาปี 2497 ได้เลิกกิจการและขายที่ดินให้กลับทางราชการ ต่อมาจึงมีการปรับปรุงและสร้างเป็นโรงเรียนนาสารในปัจจุบัน นั่นเอง
——->“หอยใหญ่” เป็นหนึ่งในคำขวัญจังหวัดที่ถูกพูดถึงบ่อยสุด อิอิ หอยใหญ่ นั่นมาจาก หอยนางรม ซึ่งมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ 1.หอยตะโกรม เป็นหอยนางรมขนาดใหญ่ กับ 2.หอยเจาะ ซึ่งเป็นหอยนางรมขนาดเล็ก โดยปกติหอยนางรมเป็นหอย 2 ฝา พบมากในช่วงต้นปี ประมาณ ก.พ.-เม.ย. แต่สามารถว่างไข่ได้ตลอดทั้งปี ครั้งละ 1-9 ล้านฟอง โดยชาวสุราษฎร์จะเพราะเลี้ยงหอยนางรมในทะเล พบมากที่อ.กาญจนดิษฐ์ จนเกิดเป็นฟาร์มเสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวของคนชอบธรรมชาติอีกแหล่งครับ
——->“ไข่แดง” ก็เป็นอีกคำที่ติดปากคู่กะคำว่า หอยใหญ่เลยครับ โดยความหมายของคำๆนี้มาจากลักษณะของไข่แดงในไข่เค็มไชยา ซึ่งมีลักษณะสีแดงเข้ม และขนาดใหญ่กว่าไข่แดงของไข่เป็ดปกติ นอกจากนั่นแล้วไขเค็มไชยายังเป็นสิ้นค้าที่โด่งดัง และมีจำหน่ายอยู่ทั่วจังหวัดสุราษฎร์อีกด้วย
——->คำถัดมา “แหล่งธรรมะ” หมายถึง สถานที่ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า อันได้แก่วัดวาอารามต่างๆ  แหล่งธรรมะที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสุราษฏร์ธานีและชาวสุราษฎร์เรียกกันติดปากคือ สวนโมกข์  หรือ สวนโมกข์พลานาราม ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2502 โดย โดยท่านพุทธทาส บนเนื้อที่ 375 ไร่ ชื่อเดิม คือ วัดธารน้ำไหล ภายในบริเวณวัดจะมีธรรมชาติที่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและศึกษาธรรมะ
——->ส่วนคำว่า “ชักพระประเพณี”เป็นคำที่เพิ่มขึ้นมาในตอนหลัง หมายถึงประเพณีชักพระหรือประเพณีลากพัก ซึ่งจัดในช่วงเดือน 11 ของทุกปี เป็นงานประเพณีที่วัดต่างๆๆในจังหวัดสุราษฏร์ธานีจะจัดขบวนเรือพระลากตามท้องถนน อย่างสวยงามทุกปีและมีการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทานด้วยครับ